กลยุทธการตลาดแบบสงครามกองโจรยุคดิจิตอล

  • innodesign ( Post Date: 17-Jul-2008 )
    การรบแบบกองโจร คือการใช้กลยุทธการโจมตี ด้วยกำลังน้อยๆ แต่จะทำด้วยความต่อเนื่อง ไม่เผชิญหน้ากันแบบเต็มรูปแบบรูปแบบการรบ จะแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มย่อยๆ โจมตีตำแหน่งที่เลือกและมีประสิทธิภาพในการหลบซ่อน สลายตัว หรืออำพรางในขณะโจมตีตี...ถอย...ตี...ถอย    พวกเอ็งจำเอาไว้ว่า "หน่วยรบกองโจรไม่เคยชนะสงคราม  แต่คู่ต่อสู้ของเขาสู้มักแพ้พ่าย"ไวรอล มาร์เก็ตติ้ง นับว่าเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ฮอตฮิตเป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดประการหนึ่งใ นเวลานี้ และนับว่าเป็นการใช้การส่งเสริมการตลาดแบบสงครามกองโจรอีกวิธีหนึ่ง

    ไวรอล มาร์เก็ตติ้ง คล้ายกับการใช้กลยุทธ์แบบปากต่อปาก ซึ่งหลักใหญ่ใจความก็คือ ผลักดันส่งเสริมให้ลูกค้าที่รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บริการของเรา ไปบอกต่อยังคนอื่นๆ เพื่อสร้างความตระหนักและภักดีต่อเรานั่นเอง

    ความต่างอยู่ที่ ไวรอล มาร์เก็ตติ้ง เป็นการใช้เทคนิคปากต่อปากบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะทำให้บอกต่อกันได้อย่างรวดเร็วกว่า เข้าถึงตัวลูกค้าจำนวนมหาศาลมากกว่า และแทบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไร เพียงแค่พยายามกระตุ้นให้ผู้รับสารส่งต่อไปยังกลุ่มก้อนของตนในเน็ตเท่านั้น

  •   ตอบกลับ | แจ้งประกาศที่ไม่เหมาะสม
แสดงผล 1 - 2 ของ 2 ลงโฆษณา      < ก่อนหน้า   1  ต่อไป >
  
กร ( วันที่ลงโฆษณา: 18-Jul-2008 ) แจ้งประกาศที่ไม่เหมาะสม
รบร้อยชนะร้อย ซุนวูกล่าวไว้ใน ตำราพิชัยสงคราม ว่า การรบถ้ารู้จักการวางแผนที่ดีมีสิทธิที่จะชนะทุกร้อยครั้งเหมือนสิงโต ถ้าคราวใดที่ไม่สามารถจะล่าเหยื่อได้จะไม่ออกล่าเหยื่อ ในสงคราม เมื่อมีการรู้กำลังของกองทัพของเราเองรู้ความสามารถของแม่ทัพ รู้ความสามารถของกองทหารของฝ่ายเรา โอกาสรบชนะจะมีครึ่งหนึ่ง เมื่อใดก็ตามที่เราเรียนรู้กองกำลังของข้าศึก เรียนรู้ความสามารถของแม่ทัพข้าศึก และรู้ความสามารถของกองทหารของข้าศึก โอกาสรบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งก็ไม่ไปไหนไกล แต่เมื่อใดก็ตามที่ออกรบ แม่ทัพไม่รู้กำลังของตัวเอง ไม่รู้กำลังของกองทหารตัวเอง ไม่ว่าจะออกรบกี่ครั้งก็ต้องแพ้ย่อยยับกลับมาทุกครั้ง
กร ( วันที่ลงโฆษณา: 18-Jul-2008 ) แจ้งประกาศที่ไม่เหมาะสม
ในการสัประยุทธ์เพื่อชัยชนะในสงครามการตลาดนั้น มี 4 ยุทธวิธี การล่วงรู้ว่าจะใช้ยุทธวิธีในการทำสงครามแบบใด คือการตัดสินใจที่สำคัญที่สุด ถ้าอยู่ในฐานะผู้นำตลาดก็ต้องใช้การตลาดแบบปกป้อง(Defensive Strategy) หากเป็นเบอร์ 2 ก็ต้องเลือกยุทธวิธีเชิงรุก การโจมตีด้านข้าง(Flanking Marketing) เหมาะกับเบอร์ 3-4 ส่วนสงครามกองโจรนั้น คือยุทธวิธีที่บริษัทขนาดเล็ก หรือบริษัทท้องถิ่น สองกุมารชี้ว่า ผู้นำตลาดเท่านั้นจึงสมควรใช้การตลาดแบบป้องกันตนเอง และการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือความหาญกล้าในการโจมตีตัวเอง Intel เจ้าพ่อชิพได้แสดงให้เห็นแล้วว่าขณะที่ตนเองเป็นผู้นำนั้น เมื่อคู่แข่งขันเริ่มเข้ามาใกล้ ต้องใจกล้าทิ้งธุรกิจเดิม แอนดรู กรู๊ฟ ซีอีโอ Intel ช่วงนั้นตัดใจทิ้งธุรกิจ Dram เมื่อเห็นว่าคู่แข่งขันจากญี่ปุ่นผลิตได้ถูกกว่า เขาตัดสินใจนำ Intel ก้าวเข้าสู่การผลิตไมโคร โพรเซสเซอร์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมของ Intel ทำให้ Intel เติบโตอย่างก้าว กระโดด กลายเป็นผู้นำตลาดไร้เทียมทาน และในฐานะผู้นำตลาด เมื่อคู่แข่งขันมีการเคลื่อนตัวที่แข่งแกร่ง ต้องรีบบล็อกโดยด่วนก่อนจะสายจนเกินไป สองปีที่แล้ว Orange ประกาศลดราคาค่าโทรเหลือนาทีละบาทตลอด 24 ชั่วโมง Orange ทำตัวราวกับเป็นเบอร์ 2 ใช้ยุทธวิธีเชิงรุก ขณะที่ดีแทคก็วางตัวราวกับเป็นเบอร์ 1 มองว่ายุทธวิธีของ Orange เป็น Strong Competitive Move จึงบล็อกด้วยการลดราคาเหลือนาทีละ 1 บาทประกบทันที และบล็อกไปเรื่อยๆจนเหลือนาทีละ 25 สตางค์ เมื่อดีแทคออกโปรโมชั่น Work จ่าย 3 นาที โทรได้หนึ่งชั่วโมง Orange ก็บล็อกกลับด้วยโปรโมชั่น จ่าย 1 นาทีโทรได้ 1 ชั่วโมง เบอร์สองกับเบอร์สามซดกันอย่างหนัก เบอร์หนึ่งอย่างเอไอเอสไม่ขยับ ทำขรึมรักษารูปมวย สุดท้ายแทบกระอักเลือดเมื่อตัวเลขการไหลออก เป็นเพราะไม่ปฏิบัติตามกฏของการปกป้องตลาดนั่นเอง
แสดงผล 1 - 2 ของ 2 ลงโฆษณา      < ก่อนหน้า   1  ต่อไป >
  
กรุณาลงทะเบียนเข้าสู่ระบบก่อนโพสข้อความ เพื่อแสดงชื่อและ avatar ของท่าน
 
ชื่อ:
คำถามและคำตอบ
- จำกัดจำนวนตัวอักษรไม่เกิน 5,000 ตัว (หรือประมาณ 850 คำ)Max. 5,000 characters (approximately 850 words)
- ห้ามลงโฆษณาไร้สาระใดๆ และ/หรือใช้สื่อรุนแรง อนาจารในการลงโฆษณา
พิมพ์ข้อความที่แสดงจากภาพ:     
หัวข้ออื่นๆ
COPYRIGHT © 2006 - 2014, Eighty - Eight DB Inc. ALL RIGHTS RESERVED.