"ผี แดง" เกือบเน่าคาถิ่น ไล่ตีเสมอ ซีเอสเคเอ มอสโก ทดเจ็บ 3-3 ขณะที่ "ตราหมี" อุตสาห์นำก่อน แต่สุดท้าย ต้องเป็นฝ่ายไล่เจ๊า "สิงห์์บูลส์" หืดจับ 2-2 "โอแอม" ถล่มกระจุย 6-1 ศึกชปล. แบ่งกลุ่ม คืนวันอังคารที่ผ่านมา...
ศึก ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม 32 ทีมสุดท้าย นัดที่ 4 ในกลุ่ม บี "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และจ่าฝูง เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ ซีเอสเคเอ มอสโก ยักษ์ใหญ่จากพรีเมียร์ลีกรัสเซีย ทีมอันดับ ของตาราง เกมนี้ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือแมนฯยูไนเต็ด ที่ชนะรวดมา 3 เกมก่อนหน้านี้ และกำลังรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตารา ง ให้ เวย์น รูนีย์ เป็นแค่สำรอง และเปิดโอกาสให้ ไมเคิล โอเวน ล่าตาข่ายคู่กับ เฟเดริโก มาเคตา ส่วนเกมรับ เป็น โจนาธาน อีแวนส์ ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟ ร่วมกับ เวส บราวน์
ขณะที่ เลโอนิด สลุตสกี้ ที่เข้ามารับงานเผือกร้อนต่อจาก ฆวนเด้ รามอส กุนซือชาวสเปน ต้องการแต้มอย่างยิ่ง หากยังหวังผ่านเข้ารอบต่อไป เกมนี้ ใช้ โทมัส เนซิด เป็นหอกตัวเป้า โดยมี อลัน ดีซาโกเยฟ สนับสนุนอยู่ข้างหลัง แดนกลาง มิลอส คราซิส ช่วยเติมเกม โดยมี สองพี่น้อง เบเรซุตสกี อาสาเคลียร์ เกมรับให้เช่นเคย
เริ่มเกมในครึ่งแรก เป็นฝ่ายของ แมนฯยูไนเต็ด ที่ได้โอกาสจะแจ้งมากที่สุด ในนาทีที่ 14 จากการลองเสี่ยงยิงไกลของ ดาร์เรน เฟลทเชอร์ แต่บอลโค้งหลุดออกกรอบออกไป ถัดมาอีก 3 นาที ซีเอสเคเอ ได้เสียวบ้าง โทมัส เนซิด ได้บอลจาก อลัน ดีซาโกเยฟ ก่อนยิงไปติดเซฟของ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ในนาทีที่ 23 แมนฯยูไนเต็ด น่าได้ประตูอย่างยิ่ง อันโตนิโอ วาเลนเซีย จ่ายบอลต่อให้ เฟเดริโก มาเคต พลิกตัว ก่อนซัดด้วขวา บอลถากเสาออกไปนิดเดียว แต่กลับเป็น ทีมเยือนจากรัสเซีย ที่มาได้ประตูนำ 1-0 แบบไม่น่าเชื่อ อลัน ดีซาโกเยฟ ได้บอล เลี้ยงเข้าเส้นหลัง ก่อนยิงมุมแคบ ผ่านตัวของ ฟาน เดอร์ ซาร์ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม ในนาทีที่ 25
อย่างไรก็ตาม แค่ 4 นาที แมนฯยูไนเต็ด มาได้ประตูตีเสมอทันควัน จากการประสานงานกันอย่างยอดเยี่ยม วาเลนเซีย เปิดจากขวาเข้ามากลาง นานี ตอกสั้น มากให้ ไมเคิล โอเวน ตวัดยิงแบบไม่ต้องจับ บอลพุ่งเสียบเสาเขาไป เจ้าถิ่น ตามมาเป็น 1-1 ในนาทีที่ 29 และ จากจังหวะเช็กกับดักล้ำหน้าพลาดของแผงหลัง ทำให้ แมนฯไนเต็ด ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังอีกจนได้ ในนาทีที่ 31เมื่อ เนซิด จ่ายบอลชิ่งให้กับ มิลอส คราซิช ล็อกหลบ ฟาน เดอร์ ซาร์ หนึ่งจังหวะ ก่อนตวัดยิงเข้าไปโล่งๆ ส่งให้ ซีเอสเคเอ ออกนำอีกครั้ง 2-1
ช่วงท้ายเกม แมนฯยู ได้เปิดโอกาสเกมรุกอย่างหนัก มาเคดา พลิกบอลได้สวย ก่อนตวัดยิงเร็ว แต่ก็ยังไม่ผ่านมือของ อิกอร์ อคินเยฟ เช่นเดียวกับ ลูกยิงไกลของ พอล สโคลส์ หลังจากนั้น หมดครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ทำช็อกแฟนบอลตัวเองเล็กน้อย ด้วยการเป็นฝ่ายตามหลังทีมเยือน 1-2 เข้าสู่เกมครึ่งหลัง เพียงแค่ไม่กี่นาที สถานการณ์ของทีม "ปิศาจแดง" ลำบากมากขึ้น เมื่อต้องโดนนำห่างไปเป็น 1-3 จากจังหวะลูกฟรีคิกของ ซีเอสเคเอ และเป็น วาซิลี เบเรซุตสกี ที่โฉบวิ่งมาจากข้างหลัง พุ่งโหม่งเข้าไปได้ ในนาทีที่ 47
ยูไนเต็ด พลาดโอกาสทองหลายต่อหลายครั้ง ในนาทีที่ 79 แกรี่ เนวิลล์ เปิดบอลเข้ามา โอเวน ไปติดเซฟ เวย์น รูนีย์ ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมา เข้าซ้ำระยะ 6 หลา แต่ยังสำเร็จ อีก 2 นาทีถัดมา มาเคดา ยิงไปชนเสา รูนีย์ เก็บตกได้ ก่อนหาจังหวะซัดอีกครั้ง แต่อคินเฟเยฟ ยังโชว์เหนียว ในที่สุด ความพยายามของเจ้าบ้านก็เป็นผล จากจังหวะลูกเซตพีต เนวิลล์ ครอสบอลเข้ามา และเป็น สโคลส์ โหม่งตีตื้นให้ทีม ไล่มาเป็น 2-3 ในนาทีที่ 84
และ แล้ว แมนฯยูไนเต็ด ก็รอดพ้นจากความปราชัยคาบ้าน จากลูกยิงไกลของ วาเลนเซีย บอลแฉลบหัวผู้เล่นของ ซีเอสเคเอ มอสโก เปลี่ยนทางเข้าประตูไป ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ สกอร์ขยับเป็น 3-3 หลังจากนั้น ไดวิดาส เชมเบราส โดนใบเหลืองแดงไล่ออกไป ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดจบเกมในที่สุด
ข้อมูลจาก : ไทยรัฐ